Body Fat Percentage

ปกติแล้วในทางการแพทย์ มักใช้ ดรรชนีมวลกาย (BMI) หรือ เส้นรอบเอว (waist circumference) เพื่อดูว่าผู้ป่วย มีน้ำหนักมากเกินหรือไม่ เพื่อที่จะประเมิณว่า ผู้ป่วยมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็น โรคเบาหวานชนิดที่สอง ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันในเลือดสูง มากแค่ไหน
แต่นอกจาก 2 วิธีนี้แล้วยังมีอีกหลายวิธี เพื่อดูว่าเรามีภาวะอ้วนหรือไม่ ซึ่งเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (Body Fat Percentage) ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยวิธีนี้จะเป็นการคำนวณง่ายๆ จากความหนาของชั้นไขมันที่ผิวหนัง โดยวิธีมีดังนี้

  • วัดความหนาที่ร่างกายซีกขวา โดยวัดออกมาเป็นหน่วยมิลลิเมตร
  • ดึงผิวหนังของเราขึ้นมาด้วยนิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้
  • ใช้ callipers วัดความหนาของชั้นผิวหนังที่เราดึงขึ้นมา
  • วัดซ้ำอีก 3 ครั้ง แล้วหาค่าเฉลี่ยออกมาเป็นมิลลิเมตร
  • เอาค่าที่ได้มาใส่ในเครื่องคิดเลข ที่เว็บนี้
  • ถ้าไม่มี callipers สามารถคำนวณแบบหยาบๆ จากน้ำหนัก และส่วนสูงได้
  • จะได้ เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย, น้ำหนักไขมันในร่างกาย และ Fat-free Body Mass (FFBM) ออกมา
  • นอกจากนี้เรา ยังสามารถคิด lean body mass (LBM) ได้โดยเอา FFBM มาบวก 3% สำหรับผู้ชาย และบวก 12% สำหรับผู้หญิง

ค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายคือ 15-17% สำหรับผู้ชาย และ 18-22% สำหรับผู้หญิง ส่วนนักมาราธอนจะมี ค่านี้ 6-12% ในผู้ชาย และ 12-20% ในผู้หญิง ส่วนค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอื่นดูได้ ที่เว็บนี้ เช่นเดียวกัน จะเห็นว่ากีฬาที่ต้อง ใช้กำลังมากเช่น ไตรกรีฑา หรือ ปั่นจักรยาน จะทำให้นักกีฬามี เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายน้อย ดังนั้นใครอยากลดไขมันส่วนเกินได้มากๆ ก็ต้องเลือกเล่นกีฬาเหล่านี้แหละครับ

Sport Coach via Digg comment

Technorati Tags:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s