เรียนจบแล้วทำอะไรต่อดี

บางคนอาจจะบอกว่า หางานทำ บางคนอาจจะบอกว่าเรียนต่อ หรือบางคนอาจจะบอกว่า พักก่อนสิ เรียนมาเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว สำหรับผมคงทำทั้งสามอย่างแหละ เพียงแค่ไม่ได้ทำพร้อมกัน ต้องค่อยๆทำทีละอย่าง เพราะชีวิตแบบ multi tasking นี่มันไม่น่า่สนุกเลย

แต่ก่อนจะเริ่มทำเรื่องเหล่านั้น ผมต้องสอบใบประกอบโรคศิลปะให้ผ่านก่อนครับ ถ้าไม่มีประกอบก็ทำงาน ที่เกี่ยวกับคนป่วยไม่ได้ พอได้ใบประกอบมาแล้ว ถึงจะได้เริ่มทำงาน ซึ่งงานที่จะทำ ผมก็ได้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบแล้วครับ ทำให้ไม่กังวลกับตรงนี้เท่าไหร่ แต่ในขณะที่เพื่อน อีกหลายๆคน ที่ยังไม่ได้งาน ก็ต้องวิ่งหางานกันขวักไขว่ เพราะผมเป็นนิสิตเภสัชรุ่นที่ 3 ที่ไม่มีการบังคับใช้ทุน ซึ่งมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดี สำหรับคนที่ไม่อยากทำงานให้กับรัฐ และอาจเป็นเรื่องที่ไม่ดีกับคนที่ไม่อยากหางานเอง สำหรับผมแล้วค่อนข้างจะชอบครับ ถึงผมจะเลือกทำงานโรงพยาบาลรัฐ ก็ตาม เพราะการที่ต้องหางานเอง ทำให้ผมสามารถเลือกโรงพยาบาล ที่ผมชอบได้ ในขณะที่การใช้ทุนนั้น ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า โรงพยาบาลที่ได้จะถูกใจหรือเปล่า (สำหรับคนที่เคยดูเรื่องหมอเจ็บ คงจะเข้าใจนะครับว่าการจับฉลากใช้ทุน ต้องอาศัยดวงจริงๆ)

เกริ่นซะยาวเลย จริงๆแล้วอยากจะเขียนเกี่ยวกับงานของเภสัชครับ ว่าเภสัชกรนี่ทำงานอะไรได้บ้าง นอกจากอยู่โรงพยาบาล กับร้านยา ซึ่งทุกคนคงจะคุ้นเคยกับเภสัชกร เพราะที่สองแห่งนี้ ผมคิดว่าหลายๆคน ที่ไม่มีเพื่อนเป็นเภสัชกร หรือไม่คุ้นเคยกับเภสัช คงไม่ทราบว่าเภสัชสามารถไปทำงานอื่นได้อีก (เหมือนกับที่ผมไม่ทราบว่า คนที่จบสายคอมมา เค้าไปทำงานอะไรกันบ้าง)

ปกติแล้วแล้วงานของเภสัชกรจะแบ่งได้ตามนี้ครับ
เภสัชกรโรงพยาบาล งานนี้เป็นงานที่มีเภสัชกร ทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากรุ่นพี่ที่ต้องใช้ทุน แล้วไม่อยากเปลี่ยน ไปทำงานอื่น ซึ่งผมก็เลือกงานนี้เช่นเดียวกัน เพราะผมคิดว่า งานนี้จะทำให้ผม ดูแลคนป่วยได้มากที่สุด สามารถทำอะไรที่เกิดประโยชน์กับคนป่วยได้มากที่สุด (จะได้หรือไม่ ก็ต้องดูกันต่อไป) โดยงานนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ โรงพยาบาลรัฐบาล กับโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งงานส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆกัน คือดูแล และให้บริการทุกงานที่เกี่ยวข้องกับยา เงินเดือนก็ใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ แต่จะมีบางโรงพยาบาล ที่สังกัดกระทรวงกลาโหม หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้ผู้ที่ทำงานได้ติดยศด้วย (เคยคิดจะเข้าไปทำเหมือนกัน แต่ไม่มีช่องทาง)
เภสัชกรชุมชน หรือเภสัชกรร้านยานั่นเอง ซึ่งทุกคนคงจะคุ้นเคยกันดี ผมจึงไม่ขออธิบายเรื่องงาน ซึ่งงานนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเหมือนกันคือ เป็นเจ้าของกิจการเอง หรือ เป็นเภสัชกรประจำร้านให้ร้านยา chain หรือร้านคนอื่น (ลูกจ้างนี่เอง) งานนี้อาจจะต้องใช้ความสามารถด้านการตลาด เข้ามาช่วยด้วย เพื่อให้ร้านยามีผลกำไร แต่ยังไงก็ต้องคำนึงถึง จรรยาบรรณ อยู่ตลอด
งานคุมครองผู้บริโภค งานนี้จะออกแนว ผู้รักษากฎหมายครับ เพราะต้องคอยควบคุมดูแล ร้านขายยา บริษัทยา เกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ตั้งแต่ นำยาเข้า จนขายยา ซึ่งเป็นงานของเภสัชกรที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) และงานดูแล ร้านขายยา คลินิก ตลาดสด โรงงานในท้องถิ่น ซึ่งเป็นงานของ เภสัชกร ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และอำเภอ (สสจ. และ สสอ.) งานนี้จะเหมาะกับคนที่ชอบลุยครับ เพราะต้องออกพื้นที่อยู่เรื่อยๆ
เภสัชกรโรงงาน เป็นงานที่ต้องควบคุม ดูแล ตรวจสอบการผลิตยา เป็นงานที่มีลูกน้อง ให้ดูแล ทำให้ ผู้ที่ทำงานด้านนี้ ต้องมีทักษะ การควบคุม ดูแลคนด้วย ซึ่งงานนี้ ก็เป็นงานที่มั่นคงมากงานหนึ่ง แต่อาจจะน่าเบื่อ เพราะไม่ค่อยจะได้เจอคนอื่น นอกจากลูกน้องตัวเอง และงานที่ทำก็ค่อนข้างซ้ำๆ
เภสัชกรบริษัทยา งานจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ งานการตลาด กับงานวิจัย ซึ่งการทำงานจะแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่สิ่งที่น่าสนใจ ไม่ใช่เรื่องนั้น เพราะงานนี้เป็นงานที่มีรายได้มากกว่างานอื่นๆ เท่าไหร่หรอครับ? ก็ประมาณ 2-3 เท่าของ งานเภสัชกรโรงพยาบาลครับ แต่เราจะให้เงิน มาอยู่เหนือจรรยาบรรณ มันก็ไม่ถูกครับ ผมไม่ได้ว่าบริษัทยาไม่ดีนะครับ เพราะบริษัทยาที่จริยธรรมสูงๆ ก็มีอยู่หลายบริษัท แต่หลายๆ บริษัทยาก็ใช้วิธี spoil หมอมากเกินไป ทำให้การใช้ยาในประเทศไทยสูงขึ้นทุกปี ซึ่งมันกับจุดประสงค์การทำงาน ของพวกผมครับ คือให้ทุกคนได้ใช้ยา ที่มีประสิทธิภาพ และความเหมาะสมครับ เพราะยาที่แพงเกินไป โดยประสิทธิภาพไม่ได้ดีกว่า ยาที่ราคาถูกกว่าตั้งเยอะนี่ มันก็ไม่มีความเหมาะสมแล้วครับ แต่ผมก็ยังอยากทำงานบริษัทยานะครับ แต่เป็นในส่วนของงานวิจัย เพราะไม่ต้องมาเกี่ยวข้อง กับเรื่องการใช้ยาแบบนี้
อาจารย์ หลายคนที่เรียนเก่ง อยากเรียนต่อ มักจะเลือกมาทางนี้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว งานอื่นๆมักต้องการ degree ไม่เกินปริญญาโท ในขณะที่งานอาจารย์ เค้าต้องการถึง ปริญญาเอก ทำให้มีทุนออกมาเรื่อยๆ และ งานนี้เป็นงานที่ช่วยคนป่วยได้มากกว่าที่คิด เพราะยิ่งอาจารย์ผลิต เภสัชกรดีๆ ออกไปมากเท่าไหร่ คนป่วยก็ยิ่งได้ประโยชน์ จากเภสัชกรที่จบไปเหล่านั้น ถึงแม้ว่างานนี้จะได้เงินเดือนไม่ต่างกับงานอื่นๆ บางทีกลับน้อยกว่าซะด้วยซ้ำ เพราะไม่มีเวรให้ทำ เหมือนงานโรงพยาบาล กับร้านยา แต่อาจารย์ที่ผมเคารพมากที่สุด เคยพูดไว้ว่า ท่านมีความสุข ที่ได้สอน ได้ถามคำถาม ทำให้เราเกิดกระบวนการคิด และแก้ปัญหาได้ ท่านบอกว่าแค่นี้ ท่านก็มีความสุขแล้ว โดยท่านไม่ลืม ที่จะบอกกับเราทุกคนว่า จบไปแล้ว ออกไปดูแลคนไข้ ให้ดูแลให้ดีที่สุด คิดว่าพวกเค้าเป็นเหมือนกับญาติของเรา ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมจำใส่ใจไว้ตลอด สรุปแล้วงานอาจารย์ ผมคิดว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ไม่แพ้งานอื่นๆนะครับ
ส่วนคนที่ไม่คิดจะทำงานเลย ก็อาจเรียนต่อ โดยปกติแล้วถ้ายังต่อสายเภสัชอยู่ ก็จะแบ่งออกเป็น สายบริหารกับ สายคลินิก ที่ต้องใช้ในร้านยา กับโรงพยาบาล และสายวิชา ที่ต้องใช้ในงานสอน และงานวิจัย สำหรับอาจารย์ และรุ่นผมก็มี สายคลินิกที่เป็นการฝึกหัด เฉพาะทางเหมือนกับแพทย์ ซึ่งนำไปใช้ในงานบริบาลเภสัชกรรม ในโรงพยาบาล ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ผม คิดจะทำหลังจากการงานเริ่มคงที่ และแต่งงานแล้ว ซึ่ง specialty ที่คิดจะเรียนต่อนี่ ยังคิดไม่ออกเลย เท่าที่ชอบก็มี cardiology กับ infectious ซึ่งไม่รู้จะเรียนไหวหรือเปล่า ก็คงต้องพยายามกันต่อไป

เอ๊ะ ทำไมผมมาเขียนอะไรจริงจังแบบนี้ ในวันเกิดผมเองนี่

2 responses to “เรียนจบแล้วทำอะไรต่อดี

  1. อ่า ก่อนอื่นก็ต้อง Happy Birthday ครับพี่ elixer (ยังไม่ทราบชื่อจริงพี่เลยครับ 55+)

    ปีนี้ก็ขอให้มีความสุขสมหวังทุกเรื่อง ได้ทำสิ่งที่หวังไว้นะคร้าบ

    เรื่องงานของเภสัชกรนี่เพื่อนๆผมก็พอจะเล่าให้ฟังอยู่บ้างครับ เลยพอรู้มาบ้าง แต่เพิ่งรู้นี่แหละครับว่ามีเภสัชกรเฉพาะทางด้วย แปลกดีฮะ

    แต่ผมว่าบางทีถ้าพี่ไปต่อสายคอมก็อาจจะรุ่งก็ได้นะครับ หมายถึงแบบมาวางระบบคอมพิวเตอร์ในโรงพยาบาล ในอะไรทั้งหลายแบบนี้ หรือเขียนโปรแกรมที่เกี่ยวกับทางเภสัชกรขึ้นมาอะไรประมาณนั้นอ่ะครับ

  2. ที่มข. ก็มีนะครับอาจารย์ที่เป็นเภสัชกรเฉพาะทาง แถมมีเปิด train ด้วย รู้สึกจะเป็นของ oncology นี่แหละ
    ส่วนเรื่องงาน พี่ไม่เปลี่ยนสายหรอกครับ เพราะยังไง พี่ก็รักงานเภสัชมากกว่าอยู่ดี แถมงานสายคอมนี่ ถ้าต้องมาทำจริงจัง มันก็คงไม่สนุกแล้วครับ เป็นแค่ power user อย่างนี้แหละดีแล้ว

    ปล. ชื่อจริงดูได้จากที่นี่ครับ http://www.linkedin.com/in/elixer

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s